ประสบการณ์ไอโฟนห้าเอส iPhones5s Experience

Published on December 24, 2013

IMG_4324 (Custom)_Snapseed

บทความนี้ไม่อาจเรียกว่ารีวิวได้ เนื่องจากว่ากว่าที่จะได้ตัวเครื่องมาเวลาก็ผ่านไปนานโข จึงขอปรับเปลี่ยนแนวซักเล็กน้อย
เป็นการบอกเล่าประสบการณ์การใช้งาน ของ iPhone5s สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ล่าสุดของแอปเปิ้ล
สาเหตุที่ได้ตัวเครื่องมาช้าก็เพราะ ผมดันเลือก iPhone5s ตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในท้องตลาด
นั่นก็คือ iPhone5s ความจุ 32GB สี champagne gold หรือ สีทอง นั่นเอง
สีนี้ ความจุเท่านี้ เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนเป็นอย่างมากเลยทำให้มันต้องรอคิวนานเป็นเดือนๆเลยทีเดียวเชียว
แต่เมื่อมันมาอยู่ในมือแล้ว พูดได้คำเดียวครับ คุ้มค่าต่อการรอคอยมากๆ

iphone5s

เหตุการณ์ตอนที่เปิดตัว iPhone5s นั้น เนื่องจากเดี่ยวนี้วงการข่าวลือได้พัฒนาไปถึงขั้นสุดยอดแล้ว
ทำให้ภาพที่หลุดออกมาของไอโฟนตัวใหม่นี้ กับเครื่องจริงในวันเปิดตัว แทบจะเรียกได้ว่า เป๊ะ!! เลยทีเดียว
และอีกกระแสนึงที่ทุกคนทราบกันดี ว่าแอปเปิ้ลนั้นใช้โครงสร้่างตัวถังเดียวกันเป็นเวลา 2 ปี ดังนั้น iPhone5s
จึงมีขนาด รูปทรงและวัสดุที่เหมือนกับ iPhone5 ทุกประการ ทำให้ผู้คนทั่วไปเดาออก และไม่ค่้อยจะตื่นเต้นกับมันมากซักเท่าไหร่แต่สุดท้ายพอเปิดตัวออกมา แอปเปิ่ลก็มีดีพอที่จะกระชากเอาสาวกของตนมาควักกระเป๋าซื้อกันจนได้ ด้วยการเปลี่ยนๆไส้ในใหม่มีปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือ และที่เด็ดมากก็คือ สีใหม่ ทั้ง 3 สี นั่นเอง Space Grey สีดำออกเทาๆ ไม่ดำมาก , Gold สีทองอ่อนๆออกแชมเปญ ,และ Silver เป็นสีเงิน ไม่ใช่สีขาว มันดูเมททัลลิคกว่า หลายๆอย่างที่เปลี่ยนแปลงแบบเล็กน้อยๆรวมกัน ก็ดูขลังมากพอที่จะทำให้ iPhone5s กลับมาขายดีผู้คนแย่งกันไปต่อคิวซื้อกันอีกครั้ง

มาดูตัวเครื่องสีทองกันแบบชัดๆ สิ่งแรกที่ผมชอบคือ มันเป็นสีทองอ่อนๆ ไม่เข้มจนทำให้ดูเว่อร์ คุณลองคิดดูถ้ามันเป็นสีทองแบบทองคำจริงๆ คงจะดู”เสี่ยว” เอ้ย!! เสี่ย.. น่าดู แต่พอเป็นสีทองอ่อนๆ แล้วดูดีมากครับ คือเวลาอยู่ที่กลางแจ้ง สีทองมันจะซีดจางลงไปอีก แต่พออยู่ในที่ร่ม สีทองจะดูเข้มขึ้นเล็กน้อย จุดที่แอปเปิ้ลทำได้ดีคือ ตรงบริเวณขอบเหลี่ยมของด้านข้าง มีการปาดลบเหลี่ยมให้ขอบเครื่องเป็นสีทองเงาแวววาว ตรงจุดนี้ทำให้เล่นแสงได้ดี เวลาขยับเครื่องไปมาตรงขอบจะสะท้อนแสงวิบวับดูสวยงามดีทีเดียว

IMG_4295 (Custom)

กระจกหน้าจอของ iPhone5s ถ้าไปดูตามสเปคจะพบว่า มีพื้นผิวจอที่เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ (Fingerprint-resistant oleophobic coating) ให้มาด้วย ซึ่งคนไทยไม่ได้ใช้งานแน่นอน เพราะทุกคนติดฟิล์มกันรอย หรือกระจกนิรภัยกันจอแตก 555 กล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (1,280×960 พิกเซล) เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Backside illumination รองรับการบันทึกวิดีโอที่ระดับ 720pจากด้านหน้า แต่จุดเด่นอยู่ที่กล้องหลังครับ ความละเอียด8ล้านเท่าเดิม หลายคนแอบบ่นในใจ โอ้ย..พี่..แอนดรอยเค้าไป13ล้าน โนเกียไป41ล้านพิกเซลกันแล้ว แต่ผมอยากจะบอกว่า เราไม่เคยผิดหวังกับกล้องของไอโฟนครับ ความละเอียดกี่ล้านผมว่าไม่สำคัญ ครั้งนี้แอปเปิ้ล เค้าทำการขยายเซ็นเซอร์รับภาพให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น 15 % ตรงนี้แหละที่ผมว่าดีกว่าจำนวนพิกเซลซะอีก เพราะขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ จะช่วยให้ความละเอียดของภาพ ความหนาแน่นของสี เพิ่มขึ้นได้ดีกว่าการเพิ่มจำนวนพิกเซลเยอะๆแล้วมาดูภาพแบบย่อๆเอา

IMG_4338 (Custom)

อยากเข้าใจเรื่องพวกนี้ แนะนำให้เอาภาพจากมือถือหลายๆรุ่นไปใส่ในคอมแล้วซูมภาพดูที่ขนาด 100% คุณจะเห็นความจริงของพิกเซลครับ ใน1ตารางนิ้วที่พิกเซลเรียงกันอยู่ ต้องมีรายละเอียดของเฉดสี รายละเอียดของวัตถุในภาพ และรายละเอียดของแสงเงา ซึ่งตรงนี้ เซ็นเซอร์รับภาพ ที่ใหญ่กว่า จะเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าครับ และเลนส์ที่ใช้ก็กินแสงน้อยลง มีรูรับแสง 2.2 ช่วยให้ถ่ายภาพได้สว่างมากขึ้น ในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีกว่าเดิม อีกจุดที่ดูเหมือนเล็กๆน้อยๆ แต่ดูใส่ใจดี คือที่กล้องหลัง ตรงระกว่างเลนส์กับไฟแฟลชมีรูเล้กๆ ตรงนั้นคือ ไมโครโฟนสำหรับถ่ายวิดีโอครับ เป็นการแก้ปัญหาเดิมๆ คือ เวลาถ่ายวิดีโอแล้วคนถ่ายพูด เสียงคนถ่ายจะกลบเสียงคนที่ถูกถ่ายหมดเลย คราวนี้มีไมค์เพิ่มที่ด้านหลังแล้ว ชัดเจนแน่นอน

ที่ผมชอบมากๆในกล้องใหม่ของ iPhone5s คือ มันถ่ายวิดีโอแบบ Slow motion ได้ครับ ตัวเซ็นเซอร์รับภาพสามารถบันทึก วิดีโอได้ 120 เฟรมต่อวินาที ที่ระดับความละเอียด 720P ทำให้ได้ภาพสโลว์โมชั่นที่นุ่มนวล สมูทมากๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายวิดีโอแบบครีเอทีฟ

iphone_5s_isight_camera_event_hero_4x3

ต่อมาคือ ไฟแฟลช ตรงนี้เป็นอีกจุดที่แอปเปิ้ลเรียกศรัทธาคนได้ดีมากในงานเปิดตัว เป็นการแก้ปัญหาที่ค้างคาใจผู้ใช้สมาร์ทโฟน แบบตรงใจเป็นอย่างมาก เราทุกคนถ่ายรูปด้วยมือถือ ไม่มีใครอยากเปิดแฟลชเลย เพราะแฟลชบนมือถือมันขาวเว่อร์ ถ่ายออกมาหน้าซีดเป็นผีจีนทุกคน ทำให้ทุกคนแทบจะปิดไม่ได้ใช้แฟลชเลย ยกเว้นอยู่ในสถานที่ที่มันมืดมากก็ต้องจำยอมหน้าเว่อร์กันไป
แต่ไฟแฟลชในไอโฟน 5s มีการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ครับ มันคือเทคโนโลยี True Tone Flash ซึ่งออกแบบให้มีไฟแฟลช2ดวง ดวงแรกหลอดสีขาว ดวงที่สองจะมีหลอดสีส้มหรือ worm tone เพื่อยิงแสงสองสีนี้ผสมกันให้เข้ากับ บรรยากาศนั้นๆมากที่สุด แอปเปิ้ลคุยว่า แฟลชตัวนี้สามารถปรับเฉดสีได้ถึง 1 หมื่นระดับ โดยอาศัยผลการคำนวนจากค่า white balance ของกล้อง บอกค่า kelvin ของแสงให้แฟลชปรับให้ตรงกัน สิ่งที่ได้คือ ภาพถ่ายที่ยิงแฟลชแล้วหน้าไม่เว่อร์ ไม่ขาววอก โทนหน้าดูมีสีสัน เหมือนธรรมชาติ ตรงนี้จาการทดลองใช้ผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับคนผิวเข้มๆดำๆ เพราะไฟแฟลชมันจะไม่ค่อยได้ช่วยให้คุณผ่องขึ้นมาเลย เหมือนคนอื่นได้แสงแฟลชแต่คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในรูป 555

IMG_4329 (Custom)

ส่วนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงต่อมาคือ ปุ่มโฮม งานนี้เจ้ากรมข่าวลือได้เครดิตไปเต็มๆ หลังจากที่วืดลือเรื่องปุ่มสแกนลายนิ้วมือนี้มาถึง 2-3ปี คราวนี้แอปเปิ้ลเปลี่ยนปุ่มโฮมให้เป็น ปุ่ม TouchID เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่มีความละเอียด 500ppi ซึ่งความละเอียดขนาดนี้ ทำให้มันสแกนลายนิ้วมือได้ละเอียดและรวดเร็วมากๆ รวมไปถึง อัลกอริทึมในการตรวจสอบและจดจำลายนิ้วมือ ที่เป็นรูปแบบเฉพาะของแอปเปิ้ล ที่ทำให้เราเอียงนิ้วแบบไหนก็ได้ ไม่ต้องมานั่งจำว่าตอนสแกนนิ้ว เราวางนิ้วท่าไหน แล้วต้องมาเกร็งนิ้วให้มันเหมือนเดิมทุกครั้ง เหมือนเครื่องสแกนนิ้วมือทั่วไป ตรงนี้ ผมถือว่าแอปเปิ้ลทำได้ดีมากๆ จากประสบการณ์ทีได้ลองใช้ดู วางนิ้วแบบไหนก็ได้จริงๆ ที่สำคัญสแกนได้เร็วมากๆ แค่วางนิ้วลงไป 1 วินาที ก็ปลดล็อค หรือแทนการใส่รหัส Apple ID ในการลงแอพได้แล้ว ถือว่า ส่งเสริมความวู่วามในการซื้อแอพได้ดีจริงๆ 555 พื้นผิวใช้วัสดุ sapphire crystal แบบเดียวกับกระจกนาฬิกาแพงๆ เพื่อความทนทานป้องกันรอยขีดข่วน พร้อมตัดขอบด้วยวงแหวนเงาวับสีเดียวกับตัวเครื่อง ตรงนี้ทำได้สวยงามอีกแล้ว ลองดูคลิป ที่อธิบายความพิเศษของ Touch ID ของแอปเปิ้ลดูครับ

จากภายนอกตัวเครื่อง เรามาดูความเปลี่ยนแปลงภายใน ในเรื่องของสเปคและฮาร์ดแวร์ใหม่ๆที่อยู่ใน iPhone5s กันครับ หลายคนที่เคยมีประสบการณ์กับไอโฟนรุ่นก่อน ตั้งแต่ 4 4sและ5 ก็จะทราบดีว่า เวลาแอปเปิ้ลไมเนอร์เช้นจ์ อัพเฉพาะไส้ใน ก็จะเปลี่ยนซีพียูตัวใหม่ ซึ่งมีความเร็วเพิ่มขึ้นหน่อยนึงเท่านั้น แต่คราวนี้ถือว่าแอปเปิ้ลได้หักปากกาเซียนครับ เพราะ ซีพียู A7 ตัวใหม่ที่มากับ iPhone5s นั้น เป็นซีพียูตัวแรกที่เป็น 64bit ในวงการสมาร์ทโฟน ตอนเปิดตัวแอปเปิ้ลชูสโลแกนเลยว่า “Forward thinking” คือล้ำไปข้างหน้าอีกขั้น ถึงแม้ว่า คนที่อยู่ฝั่งแอนดรอยหรือคนที่ไม่ชอบแอปเปิ้ล จะค่อนขอดว่า ซีพียูเป็น 64บิทก็เท่านั้น เพราะตัว ios หรือแอพต่างๆ ก็ยังทำงานอยู่ที่ 32บิทอยู่เลย ไม่มีประโยชน์ มีเจ้าหน้าที่ของ Qualcomm ท่านนึง ออกมาวิจารณ์ซีพียูA7 อย่างรุนแรงว่า ซีพียู64บิทเป็นเรื่องไร้สาระ ทำเพื่อการโฆษณาเท่านั้น มาทราบทีหลังว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านนั้น โดนปลดออกจากบริษัทแบบสายฟ้าฟาด เพราะความจริง ซีพียูรุ่นต่อไปของ Qualcommก็จะเป็น 64บิทเหมือนกัน
ดังนั้น ซีพียู64บืทอย่าง A7 จึงเป็นอนาคตของวงการมือถือ ผมเชื่อว่า วันนี้เราอาจจะยังไม่ได้สิทธิประโยชน์จากมันมากเท่าไร แต่เชื่อว่าวันนึงข้างหน้า iPhone5s จะเป็นรุ่นที่รองรับ ios เวอร์ชันใหม่ๆได้ยาวนานกว่าตัวอื่นๆที่ผ่านมา

64-bit-a7    M7

แถมยังมีแนวคิดใหม่ มีชิปอีกตัวทีเรียกว่า Co-Processor ที่ชื่อว่า M7 ชิปตัวนี้ทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยของซีพียู ที่คอยจดจำสิ่งต่างๆ แทนซีพียู ติดต่อสื่อสารกับเซ็นเซอร์อื่นๆในตัวเครื่องแทนซีพียู ช่วยให้ลดการทำงานของซีพียูลงมาก แก้ปัญหาเครื่องอืดจากการเปิดใช้งานหลายๆแอพ โดยเฉพาะในปัจจุบัน เรานิยมใช้แอพที่ติดตามการเคลื่อนไหวอย่างแอพพวกออกกำลังกาย แอพพวกนี้จะเรียกใช้เซ็นเซอร์ในเครื่องตลอดเวลา การมี M7 มาติดต่อกับเซ็นเซอร์ต่างๆแทนซีพียูหลักจึงช่วยประหยัดพลังงาน กินแบตน้อยลงมาก จากการทดลองใช้ พบว่า ตัว M7 นี้น่าจะเวิร์คจริง เพราะเทียบกับ iPhone5ตัวเก่าแล้ว 5S เครื่องร้อนน้อยกว่ามาก ยกเว้นเวลาถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอซึ่งเครื่องยังร้อนอยู่ แต่ตอนใช้งานอย่างอื่นไม่ค่อยร้อนแล้ว และกินแบตน้อยลงจริงๆ ทั้งๆที่แบตก็ไม่ได้เพิ่มซักเท่าไหร่ ยังคงมีแค่ 1560mAH เท่านั้น เทียบกับแอนดรอยจอใหญ่ๆเดี๋ยวนี้บริโภคระดับ 2500-3000mAh กันหมดแล้ว

ทั้งหมดคือความเปลี่ยนแปลงการทั้งหมดของ iPhone5s จากประสบการณ์ในการใช้งานมาระยะนึง พบว่า iPhone5s นั้นใช้ดีกว่า iPhone5 มากพอสมควร ทำงานได้เร็วกว่า ลื่นกว่า เครื่องไม่ค่อยร้อน ประหยัดแบต หน้าจอสีสันสดใสกว่าเล็กน้อย Touch ID ก็ช่วยให้ปลดล้อคเข้าเครื่องได้ง่าย รวดเร็ว เมื่อนำเอา iPhone5s มาใช้งานกับเครือข่ายดีๆ อย่าง 4G LTE ของ Truemove H ก็ยิ่งทำให้การใช้งานต่างๆสะดวกลื่นไหลมากขึ้น เพราะความเร็วของ 4G LTE นั้นเร็วแรงเหลือเฟือจริงๆครับ ไม่เชื่อดูคลิปการทดสอบความเร็วได้ ผมกดเทสสปีดที่กลางสยามสแควร์ เป็นดงที่มีผู้คนใช้งานเต็มพื้นที่ ยังได้ความเร็วระดับ 22mbps ขนาดนี้ ถึงได้ใช้คำว่าเร็วเหลือเฟือ..ไงครับ ยิ่งตอนนี้ในพื้นที่ต่างๆของกรุงเทพฯ ก็มีการเพิ่มเสาสัญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราได้เห็น 4G บนหน้าจอบ่อยขึ้น
เวลาออกต่างจังหวัดก็ไม่ผิดหวัง เพราะเครือข่าย 3G+ ของTruemove H ก็ครอบคลุมเต็มพื้นที่ สัญญาณแรง เน็ตแรง ทุกหนแห่งที่ไปเลยครับ อ่านทั้งหมดนี้แล้ว ผมว่า คุณคงอยากได้ iPhone5s มาใช้บ้างแล้วใช่ไหมครับ   เชิญที่ทรูช็อปทุกสาขาได้เลยนะครับ…