เมื่อ Windows XP หมดอายุ ควรทำอย่างไร!!

Published on April 17, 2014

คุณทราบหรือไม่ว่า

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นกับ Windows XP

XP 01

หลายคนอาจจะได้ยินข่าวนี้ มาก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

บางคนก็รับทราบและเข้าใจเป็นอย่างดี บางคนก็ไม่ได้สนใจอะไร

แต่เชื่อได้ว่า พอผ่านวันที่ 8 เมษายน คงมีคนเดือดร้อนกับเรื่องนี้และอยากได้คำตอบพอสมควร

เนื่องจากมีคนเป็นจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ จึงต้องขอธิบายกันแบบละเอียดๆอีกครั้ง

คำอธิบายก็คือ วันที่ 8 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา เป็นวันที่ ไมโครซอฟท์จะสิ้นสุดการให้การสนับสนุนระบบปฎิบัติการ วินโดวส์ XP

หมายความว่า หลังจากวันที่ 8 เมษายนนี้เป็นต้นไป ไมโครซอฟท์จะยุติการพัฒนาอัพเดทด้านความปลอดภัย

รวมไปถึงการออกชุดอัพเดตเพื่อปรับปรุงแก้ไขคุณสมบัติต่างๆ และการช่วยเหลือให้บริการทางเทคนิคสำหรับวินโดวส์ XP

ทำไม Windows XP ต้องหมดอายุ!!

XP 01

ก็เพราะว่า Windows XP นั้นออกมาตั้งแต่ปี 2001 นับอายุการใช้งานก็เป็นเวลายาวนานมาถึง 13 ปีแล้ว

ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่มีอายุการใช้งานนานมากที่สุดตัวนึงเลยทีเดียว

สาเหตุที่ทำให้ Windows XPมีอายุยืนยาวขนาดนี้เป็นเพราะไมโครซอฟท์ใช้เวลานานไปนิดในการพัฒนาวินโดวส์ตัวต่อมา

นั่นคือ Windows Vista กว่าจะพัฒนาเสร็จออกมาก็ปาเข้าไปปี 2007 ซึ่งระหว่างที่รอนั้น

Windows XP ก็ได้ถูกอัพเดตเฟิร์มแวร์เพื่อเสริมประสิทธิภาพอยู่เรื่อยๆ จนถึง Service Pack3

ซึ่งทำให้ตัว Windows XP นั้นมีความสมบูรณ์อยู่ในตัวมาก ทำงานได้เป็นอย่างดี มีความเสถียร

ถึงแม้ว่า อีก 2 ปีถัดมา จะมี Windows 7 ตามมา แต่ก็ยังมีผู้คนเป็นจำนวนมาก ที่ยังใช้งาน Windows XP อยู่ต่อไป

จนไมโครซอฟท์ต้องตัดสินใจ หยุดการจำหน่าย Windows XP และกำหนดวันหมดอายุของ Windows XP ขึ้นมา

หลังวันที่ 8 เมษายน Windows XP จะยังใช้ได้หรือไม่!!

XP 02

พอได้ยิินคำว่า หมดอายุ Support หลายคนก็วิตกกังวลว่า แล้วอย่างนี้ พอถึงวันที่ 8 เมษายน 2557

เครื่องที่ใช้ Windows XP จะหยุดการทำงานเลยหรือเปล่า!!

คำตอบคือ ไม่ ครับ ไม่ถึงขั้นนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows XP จะยังคงใช้ได้

แต่จะไม่ได้ได้รับการอัพเดตซอฟแวร์ หรือการช่วยเหลือและการให้บริการทางเทคนิคอีกต่อไป

แล้วถ้าเรายังคงใช้ Windows XP ต่อไป จะเกิดอะไรขึ้น!!

XP 02

เมื่อระบบปฏิบัติการ ที่ไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข ไม่ได้รับการดูแล ให้มีการทำงานที่ปลอดภัยอยู่เสมอ

ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นได้ครับ

เพราะทุกวันนี้ เราใช้งานคอมพิวเตอร์เข้าสู่อินเตอร์เน็ต ซึ่งในทุกๆวัน มีการคิดค้นไวรัส มัลแวร์ ชนิดต่างๆ

รวมไปถึง วิธีการเจาะระบบแบบใหม่ๆที่แฮกเกอร์คิดค้นขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าหากไม่มีการพัฒนาระบบการป้องกัน

เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะถูกเจาะ ถูกโจมตี ให้ข้อมูลเสียหายได้โดยง่าย

XP 03

ลองนึกภาพดูว่า ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ

ความเสี่ยงที่ระบบคอมพิวเตอร์ล่มและให้บริการลูกค้าไม่ได้จะมีสูงขึ้น

ถ้าให้บริการลูกค้าไม่ได้ ก็ส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณอย่างแน่นอน

ร้ายไปกว่านั้น ช่องโหว่ของระบบที่เพิ่มขึ้นมา จะทำให้ระบบถูกแฮกง่ายยิ่งขึ้น

ถ้าหากถูกแฮกแล้ว ข้อมูลถูกขโมยไป อันนี้สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับองค์กรอย่างแน่นอน

XP 04

สถิติภัยคุกคามที่น่าสนใจ

XP 06

จากรายงาน Microsoft Security Intelligence Report รวบรวมข้อมูลตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน 2556

แสดงอัตราการติดไวรัส (Infection Rate) และความสามารถในการตรวจพบมัลแวร์

(Encounter Rate) ของระบบปฏิบัติการุ่นต่างๆ โดยไล่มาตั้งแต่วินโดวส์ XP SP3, Vista SP2, 7 SP1 และ 8 RTM

แสดงให้เห็นว่า วินโดวส์เอ็กซ์พีที่ติดตั้งเซอร์วิสแพ็กล่าสุด SP3 แล้ว มีอัตราการติดไวรัสมากถึง 9.1 CCM

(Computers Cleaned per Mille) ซึ่งสูงกว่า Windows 8 RTM ถึง 6 เท่า

นอกจากนี้กราฟ Encounter Rate ซึ่งแสดงถึงโอกาสที่ระบบปฏิบัติการจะเจอไวรัส

วินโดวส์เอ็กซ์พีเซอร์วิสแพ็กสาม มีโอกาสในการโดนมัลแวร์จู่โจมสูงถึง 82.4%

เมื่อทราบอย่างนี้ คุณจะยังคงใช้ Windows XP ต่อไปอีกทำไม !!…

ทางแก้ ควรทำอย่างไร!!!

XP 05

อัพเกรด คือคำตอบของเรื่องนี้ครับ

มีทางเลือกในการอัพเกรด 2 ทางก็คือ

1. อัพเกรดระบบปฏิบัติการ บนฮาร์ดแวร์เดิม

ในหัวข้อนี้ จะทำได้สำหรับเครื่องที่ไม่ได้มีสเปคเก่าจนเกินไป

การอัพเกรดวินโดวส์เป็นเวอร์ชันใหม่นั้น อาจจะต้องเพิ่มเติมบางอย่างเข้าไปในเครื่อง

เช่น แรม ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ว่า คอมพิวเตอร์ของเรานั้น

มีสเปคที่เพียงพอต่อการรันวินโวส์รุ่นใหม่ๆได้หรือไม่

โดยใช้ ซอฟต์แวร์ Windows 8 Upgrade Assistant

(ดาวน์โหลดได้ที่ http://windows.microsoft.com/en-US/windows-8/upgrade-to-windows-8)

2. เปลี่ยนเครื่องใหม่ยกชุด

ถ้าหากมีงบประมาณเพียงพอที่จะเปลี่ยนเครื่องยกชุด ทั้งฮาร์ดแวร์และวอฟแวร์ เป็นรุ่นใหม่หมด

ก็จะทำให้ได้ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วยครับ

ไมโครซอฟท์ได้แนะนำตัวช่วยสำหรับเอสเอ็มอีในการโอนย้ายจากระบบปฏิบัติการเดิม

โดยร่วมมือกับ Laplink พัฒนาซอฟแวร์ชื่อ PCmover Express for Windows XPPCMover-Express-review

ซึ่งช่วยทำการคัดลอกไฟล์งานและการตั้งค่าต่างๆ จากคอมพิวเตอร์

ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ไปสู่เครื่องใหม่ที่ใช้วินโดวส์ 7 วินโดวส์ 8 หรือ วินโดวส์ 8.1 ได้โดยง่าย

ดาวโหลดได้ที่ http://www.microsoft.com/windows/en-us/xp/transfer-your-data.aspx

ไม่เพียงแค่ Windows XP เท่านั้น แต่ Office 2003 ก็หมดอายุด้วย!!

อีกเรื่องที่หลายคนไม่ทราบ วันที่ 8 เมษายน นี้นอกจาก Windows XP จะหมดอายุแล้ว

ซอฟแวร์เอกสารอย่าง Office 2003 ก็หมดอายุการซัพพอร์ทด้วยเช่นกัน ดังนั้น ท่านใดหรือหน่วยงานไหน

ที่ยังใช้ Office 2003 อยู่ ก็ควรจะพิจารณาเรื่องของการอัพเกรดชุดซอฟแวร์สำนักงานไปด้วยเลย

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานอันสูงสุด แนะนำให้ใช้ Office 365 ไปเลย ราคาไม่แพง

แถมยังเป็นการทำงานแบบ Cloud Computing ด้วย ทำงานสะดวกกว่าเดิมเยอะ!!! 555

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสั่งซื้อ

สามารถติดต่อคู่ค้าไมโครซอฟท์ หรือศึกษาข้อมูลได้ที่

http://www.microsoft.com