กล้องส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 กับพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ

Published on October 9, 2017

เป็นภาพที่ค่อนข้างชินตาสำหรับองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับการพกกล้องขณะเสด็จประพาสไปยังสถานที่ต่างๆ โดยประวัติแล้วพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสนพระทัยการถ่ายภาพมาตั้งแต่มีพระชนมายุได้ 8 พรรษา พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าด้านการถ่ายภาพอย่างจริงจังจนมีพระปรีชาสามารถยิ่ง อีกทั้งทรงมีผลงานถูกตีพิมพ์มากมายในหนังสือพิมพ์อีกด้วย

จากในอดีตจนถึงปัจจุบันได้มีกล้องหลากหลายรุ่นที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเคยใช้งาน วันนี้ทางเว็บไซต์ Sharkshow จึงขอนำเสนอกล้องรุ่นต่างๆที่เคยเป็นกล้องประจำพระองค์ มาดูกันว่าจะมีกล้องรุ่นใดบ้าง

1.Coronet Midget

ครั้งพระองค์มีพระชนมายุ 8 พระชันษา (ประมาณปี พ.ศ. 2479) สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงพระราชทานกล้องถ่ายรูป Coronet Midget ของฝรั่งเศสที่มีราคา 2 ฟรังก์สวิส สำหรับกล้อง Coronet Midget ตัวนี้ใช้ฟิล์มขนาด 16 มม. ราคา 25 เซนต์ ซึ่งถือเป็นกล้องตัวแรกสำหรับพระองค์เลยก็ว่าได้

2.Kodak Vest Pocket Montreux

เวลาถัดมาไม่นาน พระองค์ก็ทรงได้รับพระราชทานกล้องอีกตัวหนึ่งนั่นก็คือ Kodak Vest Pocket Montreux เป็นกล้องที่มีลักษณะคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม สามารถยืดและพับลำกล้องเก็บได้ ในขณะนั้นชาวต่างชาตินิยมเรียกเจ้ากล้องตัวนี้ตามลักษณะของมันว่า Minibox สามารถถ่ายได้ 6 ภาพ ต่อฟิล์มหนึ่งม้วน

3.Elax Lumière

ถัดมาในปี พ.ศ. 2481 ทรงมีกล้อง Elax Lumie’re อีกหนึ่งตัว ทรงศึกษาและใช้งานจนเชี่ยวชาญ ครั้งตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลกลับเมืองไทย พระองค์ก็ทรงใช้กล้องตัวนี้บันทึกภาพระหว่างตามเสด็จโดยตลอด

4.Linhof

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ผลิตกล้องยี่ห้อดีๆ ต่างก็ปรับปรุงคุณภาพเพื่อแข่งขันกัน โดยพระองค์ได้ทดลองใช้งานกล้อง Linhof และพบว่าไม่ถนัดพระหัตถ์สักเท่าไร จึงไม่ได้นำมาใช้เป็นกล้องส่วนพระองค์

5.Hasselblad SLR

สำหรับช่างภาพหลายๆคนคงรู้จักกับกล้องสัญชาติสวีเดนอย่าง Hasselblad เป็นอย่างดี กล้องตัวนี้เป็นแบบ SLR (Single Lens Reflex) มีจุดเด่นตรงที่สามารถถอดเลนส์เปลี่ยนได้ ใช้ฟิล์มขนาด 3 นิ้ว และยังมีแมกกาซีนสำหรับใส่ฟิล์มขนาดอื่นๆได้ด้วย พระองค์ทรงใช้กล้องตัวนี้เป็นเวลานานหลายปี จนกระทั่งเกิดมีแสงรั่วเข้าแมกกาซีนและช่างในไทยในสมัยนั้นยังไม่สามารถซ่อมได้จะต้องส่งกลับไปซ่อมที่บริษัทในต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องเลิกใช้กล้องรุ่นนี้ไป

6.Ikoflex

ต่อมาบริษัทผลิตเลนส์ชั้นนำของโลกอย่าง Zeiss ikon ได้ทำการผลิตกล้องเป็นของตัวเองบ้าง โดยมีชื่อรุ่นว่า Ikoflex ซึ่งเป็นกล้องสะท้อนภาพแบบเลนส์คู่ (Twin Lens Reflex) ในปี 2494 พระองค์ได้ทรงทดลองใช้กล้องรุ่นนี้และเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก ทรงมีพระราชดำรัสว่าใช้งานง่าย เลนส์ดีให้ภาพสวยคมชัดดีมาก

7.Contax III

สำหรับการถ่ายภาพในสมัยก่อนนั้น การวัดแสงเป็นไปได้ยากลำบากมาก เพราะว่าในตัวกล้องถ่ายรูปยังไม่มีความสามารถที่จะวัดแสงได้ในตัว แต่ Contax III เป็นกล้องถ่ายรูปตัวแรกๆที่มีระบบวัดแสงอยู่ในตัวกล้อง พระองค์ทรงใช้กล้อง Contax III คู่กับเลนส์  Zeiss-opton No.821255 กับ Zeiss-opton No.885584 Sonar 1:2 f.50 mm. ซึ่งโดยรวมแล้วเป็นที่พอพระราชหฤทัยมากเพราะตัวกล้องสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้และมีระบบวัดแสงอยู่ในตัวด้วย ปัจจุบันกล้องตัวนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่สวนหลวง ร.9

8.Leica M

ในช่วงที่กล้อง Contax กำลังเป็นที่โด่งดัง บริษัท E.Leitz Wetzlar สัญชาติเยอรมนี ก็ได้ออกกล้อง Leica M ออกมาและมีชื่อเสียงมากพอสมควร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชก็ทรงทดลองใช้อยู่ระยะหนึ่งเช่นกัน

9.Super ikonta

กล้อง Super ikonta ผลิตโดยบริษัท Zeiss ikon เจ้าเก่าเจ้าเดิม กล้องตัวนี้ใช้ฟิล์มเบอร์ 120 ได้ภาพขนาด 6×9 ซม. จำนวน 8 ภาพ หรือถ้าใช้ภาพขนาด 6×4.5 จะได้ภาพ 16 ภาพต่อฟิล์ม 1 ม้วน พระองค์ทรงใช้กล้องตัวนี้อยู่ในระยะหนึ่ง แต่ด้วยข้อเสียที่ฟิล์มหมดม้วนเร็วเกินไป จึงได้พระราชทานให้หัวหน้าช่างภาพประจำพระองค์ในสมัยนั้น นั่นก็คือ นายอาณัติ บุนนาค ได้ใช้ในงานราชการต่อไป

10.Robot Royal No.G

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น บริษัท Robot ก็ได้เปิดตัวกล้อง Robot Royal No.G โดยกล้องรุ่นนี้ใช้ฟิล์มเบอร์ 135 อัตราส่วนของภาพเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ตัวบอดี้กล้องมีลักษณะเล็กๆป้อมๆกะทัดรัด เหมาะพระหัตถ์และเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก

11.Kiev

เมื่อปี พ.ศ. 2496 ในงานฉลองรัฐธรรมนูญ วันที่ 11 ธันวาคม ที่สวนลุมพินี สถานทูตรัสเซียได้ร่วมทำการออกร้านจัดแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งมีสินค้าที่ผลิตในประเทศรัสเซียถูกนำมาจัดแสดงเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสินค้าเหล่านั้นคือกล้อง Kive ด้วย เจ้าหน้าที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย กล้อง Kive ซึ่งเป็นกล้องที่มีกลไกการทำงานคล้ายกับกล้อง Zeiss ikon แต่มีราคาถูกกว่ามาก พระองค์ทรงรับกล้องที่ทูลเกล้าฯ ถวายและทรงใช้งานจนเข้าใจถึงหลักการทำงานทั้งหมดของกล้องตัวนี้


12. Canon-7

ต่อมากล้องถ่ายภาพจากประเทศญี่ปุ่นเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2514 พระองค์จึงทรงทดลองใช้กล้องสัญชาติญี่ปุ่นดูบ้าง โดยเลือกเป็น Canon-7 ซึ่งเป็นกล้องแบบ Rangefinder สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่การทำงานของกล้องตัวนี้ยังไม่ตรงตามพระราชประสงค์เท่าใด

13.Canon A-1

ต่อมาทรงเปลี่ยนกล้องเป็นรุ่น Canon A1 ซึ่งยังคงเป็นกล้องสัญชาติญี่ปุ่นเช่นเดิม แต่สำหรับ Canon A1 นั้นเป็นกล้องชนิด SLR ที่สามารถถอดเลนส์เปลี่ยนได้ ทรงใช้กล้องรุ่นนี้ 2 ตัว และเลนส์ 2 ชนิดได้แก่ FD 1:1.4/50 mm. และ Tokina Zoom 35-105 mm. 1:3.5-4.3

14.Canon 35 Autofocus

กล้อง Canon 35 Autofocus เป็นกล้องที่มีระบบโฟกัสอัตโนมัติ (Autofocus) ตัวบอดี้ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ซึ่งพระองค์ทรงใช้กล้องตัวนี้ไม่นานนักเนื่องจากไม่ถนัดมือและใช้งานง่ายเกินไป

15.Nikon F3

กล้อง Nikon F3 ถือเป็นกล้องระดับมืออาชีพที่ได้รับความนิยมสูงมากในเวลานั้น เพราะรูปทรงที่ดูแปลกใหม่ ตัวบอดี้ทำจากวัสดุโลหะอัลลอย แข็งแรงใช้งานได้สมบุกสมบัน พระองค์ทรงใช้กล้องรุ่นนี้คู่กับเลนส์มาตรฐาน และเลนส์ซูมขนาด 35-105 mm. อยู่เป็นประจำ เมื่อครั้งเสด็จรอบโลกก็ใช้กล้อง Nikon F3 ตัวนี้บันทึกภาพผลที่ออกมาเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก แต่ด้วยน้ำหนักที่มากเกินจึงพระราชทานให้เป็นสมบัติของช่างภาพส่วนพระองค์มาจนกระทั่งทุกวันนี้

16. Canon EOS 650 และ EOS 620

ยุคสมัยเปลี่ยนไป เทคโนโลยีใหม่ๆเริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการกล้องถ่ายรูปมากขึ้น พระองค์ท่านก็ได้ทดลองใช้กล้องที่เป็นระบบไฟฟ้าในตระกูล EOS เริ่มต้นจาก EOS 650 และต่อมาก็เป็น EOS 620

17.Minolta Dynax 5000i

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่ได้มีเพียง Canon ค่ายเดียวเท่านั้น Minolta เองก็ได้ออกกล้องตัวใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครเช่นกัน Minolta Dynax 5000i ได้ใมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่เพิ่มความความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานมากกว่าเดิมและถ่ายภาพที่ได้ออกมาผลเที่ยงตรงตามต้องการ เพิ่มลูกเล่นในการถ่ายภาพด้วยระบบการ์ด(Creative Expansion Card System) มีปรับเปลี่ยนได้หลายแบบ เช่น ถ่ายภาพกีฬา, ถ่ายภาพบุคคล 

18.Minolta Weather Matic 35DL

นอกเหนือจากกล้อง Rangefinder หรือ SLR ที่พระองค์ทรงใช้เพื่อศึกษาความก้าวหน้าของการถ่ายภาพแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชก็ยังทรงใช้กล้องคอมแพ็คยี่ห้อต่างๆควบคู่ไปด้วย เช่น Minolta Weather Matic 35DL ตัวนี้เป็นต้น

19.RICOH EF

พระองค์เคยจับฉลากของขวัญปีใหม่ได้เป็นกล้อง Ricoh FF-9D กล้องคอมแพ็คที่มีเลนส์ขนาด 35 mm. f 1:3.5 และในปีต่อมาก็ทรงพระราชทานกล้องตัวดังกล่าวเป็นของขวัญจับสลาก

20. Canon EOS 30D

และกล้องตัวล่าสุดที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงใช้ถ่ายภาพประชาชน ตอนเสด็จกลับจากโรงพยาบาลศิริราชนั่นก็คือ Canon EOS 30 นั่นเอง

หากพวกเราลองตั้งข้อสังเกตุว่า ทั้งๆที่พระองค์สามารถหาอุปกรณ์ที่ประสิทธิภาพสูงกว่านี้ก็ได้ แต่เหตุใดพระองคฺยังทรงใช้อุปกรณ์ทั่วๆไปที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด เรื่องนี้เป็นตัวอย่างแนวทางให้เหล่าบุคคลในวงการช่างภาพได้เป็นอย่างดี พระองค์ทรงสอนให้พวกเราอยู่บนความพอประมาณ สำหรับใครที่ถ่ายภาพทั่วไปเพียงอุปกรณ์ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับช่างภาพที่ทำงานเป็นอาชีพที่ต้องการงานคุณภาพสูงนั้น อุปกรณ์ก็ต้องมีราคาสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ

ที่มา en.wikipedia.orgcamera-wiki.org